วันที่ฉันพาครอบครัวยืนอยู่ใต้ “Arc de Triomphe” ในฝรั่งเศส 🇫🇷
ขอย้อนเวลากลับไปสักครู่ ในช่วงสองปีสุดท้ายของชีวิตมัธยม นอกเหนือจากภาษาแม่ของฉันคือภาษาเยอรมัน และภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ ครูยังให้โอกาสเราเลือกเรียนภาษาอื่นเป็นภาษาที่สาม ฉันเลือกภาษาฝรั่งเศส ตอนนั้นการค้าระหว่างประเทศระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศสกำลังเฟื่องฟูและดูมีอนาคตที่สดใสมาก! แต่ใครจะไปรู้ล่ะ? ผ่านมา 15 ปี ภาษา ที่กำลังมาแรงในประเทศไทยกลับกลายเป็นภาษารัสเซียและภาษาจีน! 😩
ช่างมันเถอะ ไม่สำคัญแล้วล่ะ เพราะภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่ที่ฉันเคยเรียนมาก็ “คืนให้คุณครูไปหมดแล้ว”! 😅😅
ตอนที่เริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส ฉันยังจำได้ว่าคิดว่ามันเป็นภาษาที่ไพเราะ นุ่มนวล และมีท่วงทำนองสวยงาม แต่จากนั้นการต่อสู้กับไวยากรก็เริ่มขึ้น ทั้ง “Le, La, Les,” เพศของคำนาม (เพศชายและเพศหญิง) และรูปแบบที่ “คลุมเครือ” 😅 รวมถึงกฎอื่น ๆ อีกมากมาย ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังหลงรักเสน่ห์ของเสียงในภาษานี้ การใช้ลิ้น การเม้มและจู๋ปาก และท่าทางมือเวลาพูด
สำหรับฉันมันมีเสน่ห์มาก! 😅 ฉันศึกษาเรื่องสถาปัตยกรรมมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมามาก ซึ่งก็ได้จุดประกายความฝันว่าอยากเห็นด้วยตาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟล ประตูชัย Arc de Triomphe พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พระราชวังแวร์ซาย หรือถนนชื่อดังอย่าง “Champs-Élysées” หรือดิสนีย์แลนด์ปารีสก็ตาม ที่จริงฉันเคยมีโอกาสได้ไปฝรั่งเศสมาแล้วครั้งหนึ่ง (ไปกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ) แต่การได้กลับมาครั้งนี้พร้อมกับคุณแม่และลูกชาย มันให้ความรู้สึกเหมือนเวทมนตร์ เกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้… 🥰❤️
มันคุ้มค่าจริง ๆ ที่ได้กลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้งกับครอบครัว
รอติดตามตอนต่อไป… 😊💪🏻



